แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน บทเรียนบนเว็บไซต์แบบมัลติมีเดีย เรื่อง การแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

๑. คำประพันธ์ต่อไปนี้ใช้โวหารภาพพจน์แบบใด

        อีกทั้งสะพรั่งหนาม                ดุจะเข็มประดับไว้
ผึ้งเขียวสิบินไขว่                           บ่มิใคร่จะห่างเหิน

 
 
 
 

๒. คำประพันธ์ต่อไปนี้ใช้โวหารภาพพจน์แบบใด

        ขุนเขาเขย่าเมฆ                รุจิเรขหิมาลัย
แหนลับละเลิงชัย                      ชนะชีพมิยอมแฉ

 
 
 
 

๓. คำประพันธ์ต่อไปนี้ใช้โวหารภาพพจน์แบบใด

“การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า”

 
 
 
 

๔. คำประพันธ์ต่อไปนี้ใช้โวหารภาพพจน์แบบใด

“น้ำค้างหยดเผาะเผาะ  เป็นหยาดน้ำตาแห่งสวรรค์”

 
 
 
 

๕. คำประพันธ์ต่อไปนี้ใช้โวหารภาพพจน์แบบใด

        “คว้างคว้างใบไม้ปลิว         ละลิ่วหล่นลงบนดิน
เอื่อยเอื่อยธารไหลริน                 มิรู้สิ้น ณ หนใด
เปรียบดังชีวิตนี้                         มิมีที่จะพักใจ
อ้างว้างร้างฤทัย                        กว่าชีพดับลงลับสูญ”

 
 
 
 

๖. ถ้าแต่งฉันท์แล้วต้องการใช้คำที่มีความหมายว่า “ใจ” ให้เป็นลหุ ๓ คำ จะต้องใช้คำใด

 
 
 
 

๗. ข้อใดมีคำครุ คำลหุ ดังนี้  

 
 
 
 

๘. ข้อใดกล่าวถูกต้อง

 
 
 
 

๙. “เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป” มีคำครุกี่คำ

 
 
 
 

๑๐. “ฉันไปตลาดมากะจะหาอะไรกิน  เธอมิได้ยิน  รึจะไม่ไปด้วยกัน” จากข้อความมีคำลหุทั้งหมดกี่คำ

 
 
 
 

๑๑. ข้อใดมีคำครุ คำลหุ ดังนี้  

 
 
 
 

๑๒.“เคน ธีรเดช  วงศ์พัวพันธ์”  ใช้สัญลักษณ์ ครุ ลหุ แทนได้ในข้อใด

 
 
 
 

๑๓. ข้อใดคือลักษณะครุ ลหุ ของอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

 
 
 
 

๑๔. ข้อใดคือ “คณะ” ของอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

 
 
 
 

๑๕.  อินทรวิเชียรฉันท์ ๒ บท มีกี่วรรค

 
 
 
 

๑๖. อินทรวิเชียรฉันท์ ๑ บท มีกี่คำ

 
 
 
 

๑๗. ฉันท์ชนิดใดถ้าไม่นับครุ ลหุ จะมีลักษณะคล้ายกับกาพย์ยานี ๑๑

 
 
 
 

๑๘. “เหง่งหงั่งระฆังเสนาะสนั่น     ระยะพรรษวัสสา”  คำประพันธ์ข้างต้นมีครุและลหุตรงกับข้อใด

 
 
 
 

๑๙. ข้อใดคือความหมายของ “คณะ”

 
 
 
 

๒๐. คำประพันธ์ต่อไปนี้มีจำนวนตามข้อใด

        ควรชนประชุมเช่น                คณะเป็นสมาคม
สามัคคิปรารม                                     ภนิพัทธรำพึง

 
 
 
 

ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ ตอบคำถามข้อ ๒๑ – ๒๒

บงเนื้อก็เนื้อเต้น              พิศเส้นสรีร์รัว
ทั่วร่างและทั้งตัว                        ก็ระริกระริวไหว
แลหลังละลามโล-            หิตโอ้เลอะหลั่งไป
เพ่งผาดอนาถใจ                        ระกะร่อยเพราะรอยหวาย

๒๑. ข้อใดไม่ใช่สัมผัสระหว่างวรรค

 
 
 
 

๒๒. ข้อใดเป็นสัมผัสใน

 
 
 
 

๒๓. ข้อใดไม่ใช่สัมผัสบังคับ

 
 
 
 

๒๔. ข้อใดมีสัมผัสในไพเราะที่สุด

 
 
 
 

๒๕.     กระเต็นกระตั้วตื่น                  แตกคน
กระจิบกระจาบปน                            แปลกเปล้า
กระสากระสังสน                              เสียดสัก สู่แฮ
กระรอกกระเรียนเข้า                         ย่องแหย้งอาหาร

คำประพันธ์ข้างต้นเด่นที่สุดในเรื่องใด

 
 
 
 

๒๖. ข้อใดเป็นสัมผัสพยัญชนะ

 
 
 
 

๒๗. ข้อใดไม่มีสัมผัสใน

 
 
 
 

๒๘. ข้อใดมีสัมผัสในเป็นสัมผัสสระ

 
 
 
 

๒๙. ต้นแบบของฉันท์ในภาษาบาลีคือข้อใด

 
 
 
 

๓๐. ข้อใดคือฉันท์ที่นิยมแต่งในภาษาไทย

 
 
 
 

๓๑. ฉันท์ชนิดใดมีลีลางดงามดุจสายฟ้า ซึ่งเป็นอาวุธของพระอินทร์

 
 
 
 

๓๒. ฉันท์ชนิดใด มีลีลาประดุจนายโคบาลผู้แทงโคด้วยประตัก

 
 
 
 

๓๓. ข้อความต่อไปนี้ถ้าจัดวรรคให้ถูกต้องจะได้คำประพันธ์ตามข้อใด

“มากินขนมกันนะจ๊ะ  ฉันจะสุขใจ กินไปก็คุยไปจะสนุกและเบิกบาน”

 
 
 
 

๓๔. คำประพันธ์ต่อไปนี้ใช้ศิลปะการประพันธ์ ตามข้อใด

        หนึ่งคือบ่คบพาล                เพราะจะพาประพฤติผิด
หนึ่งคบกะบัณฑิต                       เพราะจะพาประสบผล

 
 
 
 

๓๕. ข้อใดเป็นอินทรวิเชียรฉันท์

 
 
 
 

๓๖. คำประพันธ์ต่อไปนี้ใช้ศิลปะการประพันธ์ ตามข้อใด

       เขาตกทะเลบก                สิก็ตกทะเลไป
คลื่นสีขจีใส                           ปะทะซ่าฉะฉ่าฉาน

 
 
 
 

๓๗. ข้อใดมีการเล่นสัมผัสพยัญชนะมากที่สุด

 
 
 
 

๓๘. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะสำคัญของศิลปะการประพันธ์

 
 
 
 

๓๙. ข้อใดมีการเล่นสัมผัสต่างกับข้ออื่น

 
 
 
 

๔๐. ข้อใดเล่นสัมผัสมากที่สุด